"เราคนไทยควรต้องฟัง ด้วยสำนึกรักแผ่นดิน"

 
 
“ฉันรู้ตัวชัดอยู่ว่า
ถ้าความเป็นเอกราชของกรุงสยามได้สิ้นสุดไปเมื่อใด
ชีวิตฉันก็ควรจะสุดสิ้นไปเมื่อนั้น"

สยามินทร์

 
ทรงพระปรีชาสามารถของล้นเกล้าฯรัชกาลที่๕
พระองค์ทรงเสด็จเยือนตปท.มากขึ้น
จะได้คานกับพวกฝรั่งมังค่าที่ล่าอาณานิคมในแถบเอเซีย


ด้วยสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน
เราคนไทยจึงมีแผ่นดินอยู่ในทุกวันนี้
 
 
อาทิเช่น..

รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสยุโรป 1/2

รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสยุโรป 2/2

 
 
 
 
 
 
 
 
 

 
 

แหล่..ประวัติศาสตร์ชาติไทย

 
คำร้อง : บุญนำพา
ทำนอง : เบง บางระกำ
ดนตรี : ติ๊ดหยอง สุรินทร์/ถาวร บัวระบัติ
ศิลปิน : (น้องฝน) เด็กหญิงวาทินี อัญญะโพธิ์
ห้องบันทึกเสียง : AS Studio (สำนักสื่อฯ)
เมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๔๕
เผยแพร่ :

เออ…..ประเทศไทยจะดำรงคงอยู่ได้
เพราะในอดีตชาติไทยมีคนเก่ง
ถ้าคนไทยเหี้ยมเกรียมเหลี่ยมนักเลง
จะร้องเพลงชาติไทยให้ใคร…ฟัง

สิบนิ้วน้อมคำนับลงกราบกราน
พี่น้องชาวบ้านที่รักสมัครหมาย
ทั่วทั้งถิ่นขวานทองพี่น้องไทย
จงร่วมใจสมานสมัครสามัคคี

ถึงเวลาแล้วเรา ชาวพุทธศาสตร์
เป็นทายาทสืบสายในกรุงศรี
เราคนไทยใจกล้าทั่วธานี
มาสามัคคี หันหน้าเข้าหากัน

องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงลงหลักปักรั้วทั่วถิ่นฐาน
พระทรงกรียงไกรเกล้า ปรีชาชาญ
ตั่งปณิธาน ปกป้อง เทิดผองไทย

พระบารมีปกเกล้าฯ เราทั้งชาติ
ประวัติศาสตร์ต้องจารึก ผนึกไว้
สามัคคีอันล้ำเลิศเกิดจากใคร
แม้ไม่ใช่ทรงพระคุณกรุณา

เป็นขวานทองเล่มสุดท้ายที่ไทยหวัง
สิบสี่ครั้งรอดมาได้ เพราะไทยรักษา
เอาชีวิตเข้าแลกไว้ จึงได้มา
เป็นพื้นพสุธาของท่านลูกหลานไทย

เสียครึ่งแรก เกาะหมากจากแผนผัง
เขาเปลี่ยนชื่อ เป็นปีนัง จำได้ไหม
นั้นแหละบิ่นจากขวานทอง เล่มของไทย
สามร้อยกว่าตารางไมล์ หลักฐานมี

ครั้งที่สอง เสียซ้ำยังจำได้
เสียมะริด และทวายตะนาวศรี
สองพันสามร้อยสามสิบหก โชคไม่ดี
เสียเนื้อที่ ห้าหมื่นกว่าตารางกิโล

ครั้งที่สาม บัณทายมาตร์ ถูกตัดเฮี้ยน
เขาเปลี่ยนมาเป็นฮาเตียน ตั้งชื่อใหม่
สองพันสามร้อยห้าสิบสาม แสนช้ำใจ
เสียเนื้อที่มากเท่าไร…ไม่ปรากฏ ในบทความ

ครั้งที่สี่ เจ็บแค้นเสียแผนสี
กินเนื้อที่ถึงเชียงตุง เหนือกรุงสยาม
ตั้งเก้าหมื่นตารางกิโล โถมันทำ
ทนสร้างกรรมบัดเดี๋ยวนี้ เขาดีกัน

ครั้งที่ห้า เสียรัฐเปรัก
ถูกเขาผลักหกล้ม เฉือนนคมขวาน
สองพันสามร้อยหกสิบเก้า แสนร้าวราน
ต่างหยิบขวานขึ้นมาถือ ดูชื่อไทย

ครั้งที่หก อกตรมเดินก้มหน้า
เสียสิบสองปันนา น้ำตาไหล
ตั้งหกหมื่นตารางกิโล โอ้โหไทย
แทบขาดใจต่อสู้ศัตรูมา

ครั้งที่เจ็ด เสียแคว้นแดนเขมร
เกิดพิเรนทร์เพราะฝรั่งกำลังบ้า
เที่ยวออกล่าเมืองขึ้นชื่ออุรา
เสียอีกหนึ่งแสนกว่าตารางกิโล

ครั้งที่แปด เสียแคว้น ดินแดนใหม่
ชื่อสิบสองจุไทก็ใหญ่โข
แปดหมื่นที่กว้างตารางกิโล
แทบร้องโฮใจละเหี่ยเพราะเสียดาย

ครั้งที่ เก้า เศร้าแสนแค้นไม้สิ้น เอ่อ …. (ซ้ำ)
เสียลุ่มน้ำสาระวินด้านฝั่งซ้าย
สิบสามหัวเมืองจำต้องเหมาให้เขาไป
ใครที่ทำช้ำใจ ไทยต้องจำ

ครั้งที่สิบ เลียบลำแม่น้ำโขง
ถูกเขาโกงฝั่งซ้ายไทยถลำ
ครั้งที่สิบเอ็ด เสียฝั่งขวาช่างหน้าดำ
มันเจ็บจำฝังจำอยู่กลางใจ

ครั้งที่สิบสอง ใจรันทดแทบหมดท่า
เสียมณฑลบูรพาอีกจนได้
เขาพรากไปจากแหลมทองพี่น้องไทย
อีกสามหมื่นตารางไมล์โดยประมาณ

ครั้งที่สิบสาม ตังกันนูไทรบุรี
ดินแดนที่มองเห็นเป็นหลักฐาน
ไปถึงมะริดติดรัฐกาลันตัน
อีกห้าหมื่นโดยประมาณตารางไมล์

ครั้งที่สิบสี่ เสียเขาพระวิหาร
ปัจจุบันให้เขมรท่านเห็นไหม
จำไว้เถิดเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย
ใครที่ทำช้ำใจไทยต้องจำ

เหมือนลงเรือลำเดียวน้ำเชี่ยวจัด
มาช่วยกันพัดมาช่วยกันพายให้ถึงฝั่ง
อย่าหันหลังหันหน้าพะว้าพะวัง
คนที่นั่งกลาง อย่าเอาเท้าลาลงวารี

เป็นขวานทองเล่มสุดท้ายที่ไทยหวัง
ทะเลล้อมรอบข้าง หมดทางหนี
ครั้งที่สิบห้าต่อไปคงไม่มี
ใครกดขี่ข่มเหง ขอสู้ตาย…
 

 
 

 

 

 


๑. เกาะหมาก ปีนัง (๑๑ ส.ค. ๒๓๒๙)

๒. มะริด ทะวาย ตะนาวศรี (๑๖ ม.ค. ๒๓๓๖)

๓. เมืองบันทายมาศ (๓๒๕๓)

๔. แสนหวี เชียงตุง เมืองพง (พ.ค. ๒๓๖๘)

๕. รัฐเปรัค (๒๓๖๙)
 
๖. สิบสองพันนา (๑ พ.ค. ๒๓๙๓)

๗. แคว้นเขมร (๑๕ ก.ค. ๒๔๑๐)

๘. สิบสองจุไท (๒๒ ธ.ค. ๒๔๓๑)

๙. ดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำสาละวิน ๑๓ เมือง (๒๗ ต.ค. ๒๔๓๕)
 
๑๐. ดินแดนฝั่งซ้ายราชอาณาจักรลาว (๓ ต.ค. ๒๔๓๖)

๑๑. ดินแดนฝั่งขวาแคว้นหลวงพระบาง จัมปาศักดิ์ (๑๒ พ.ค. ๒๔๔๖)

๑๒. มณฑลบูรพา เสียมราฐ พระตะบอง ศรีโสภณ (๒๓ มี.ค. ๒๔๔๙)
 
๑๓. กลันตัน ตรังกานู ไทรบุรี ปลิส (๑๐ มี.ค. ๒๔๕๑)
 
๑๔. เขาพระวิหาร (๑๕ มิ.ย. ๒๕๐๕)

*ไทยไม่ยอมรับคำตัดสินของศาลโลก (คณะฯมีฝรั่งเศสซึ่งเข้าข้างเขมร ด้วยเขมรเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส) ไทยในคราวนั้นขอสงวนไว้ทวงคืนในภายภาคหน้า

คำต่อคำของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ต่อการสูญเสียเขาพระวิหาร ปี พ.ศ.2505

คำต่อคำ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีของไทย ในขณะนั้นที่ได้กล่าวปราศรัยผ่านสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย แสดงความรู้สึกต่อการสูญเสียปราสาทพระวิหาร และยืนยันสิทธิ์ที่จะทวงคืนปราสาทพระวิหารในอนาคต ดังนี้

“พี่น้องร่วมชาติ และมิตรร่วมชีวิตที่รักของข้าพเจ้าทั้งหลาย ตามที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือที่เรียกว่า ศาลโลก ได้วินิจฉัยชี้ขาดเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ.2505 ให้ปราสาทเขาพระวิหารตกเป็นของกัมพูชา และทางรัฐบาลได้ออกแถลงให้พี่น้องทั้งหลายได้ทราบเป็นลำดับนั้น

รัฐบาลของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเฉพาะตัวของข้าพเจ้า ถือว่าเรื่องนี้มีความสำคัญยิ่ง เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับผลได้ผลเสียของชาติ อันเป็นเรื่องของแผ่นดินไทย ซึ่งเป็นมรดกที่บรรพบุรุษของเราสู้มา อุตส่าห์ฝ่าคมอาวุธรักษาไว้ และตกทอดมาถึงรุ่นเรา

เนื่องจากในคำปราศรัยนี้เป็นเรื่องที่สะเทือนใจพี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าทราบดีว่า ในส่วนลึกและหัวใจแล้ว คนไทยผู้รักชาติทุกคน มีความเศร้าสลดและมีความข่มขืนใจเพียงใด แสดงออกถึงของประชาชนในการเดินขบวนทั่วประเทศ เพื่อคัดค้านคำพิพากษาของศาลโลกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เป็นสิ่งที่เห็นกันอยู่อย่างชัดเจนแล้ว

ทั้งนี้ มิใช่ว่าพวกเราจะนั่งนิ่งเฉยหรือท้อแท้ใจ ชาติไทยยอมท้อแท้ทอดอาลัยไม่ได้ เราเคยสูญเสียดินแดนแก่ประเทศมหาอำนาจที่ล่าอาณานิคมมาแล้วหลายครั้ง หากบรรพบุรุษของเรายอมท้อแท้ เราจะเอาแผ่นดินที่ไหนมาอยู่กันได้จนถึงทุกวันนี้ เราจะต้องหาวิธีการสู้ต่อไป

สำหรับกรณีเขาพระวิหาร ซึ่งศาลโลกได้วินิจฉัยชี้ขาดไปแล้วนั้น ข้าพเจ้าขอทบทวนเข้าใจกับเพื่อนร่วมชาติทั้งหลาย ว่า รัฐบาลและประชาชนชาวไทย ไม่ได้เห็นด้วยกับคำตัดสินของศาลโลกทั้งในข้อเท็จจริงกฎหมายระหว่างประเทศ และหลักความยุติธรรม

เมื่อเป็นดังนี้ แม้นรัฐบาลและปวงชนชาวไทย จะได้มีความรู้สึกสลดใจและขมขื่นเพียงใด ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นสมาชิกของสหประชาชาติ ก็ต้องปฏิบัติตามพันธกรณีในกฎบัตรสหประชาชาติ กล่าวคือ ต้องยอมให้กัมพูชามีอธิปไตยเหนือเขาพระวิหาร ตามพันธกรณีแห่งกฎบัตรสหประชาชาติ แต่รัฐบาลขอตั้งประท้วงและขอสงวนสิทธิ์อันชอบธรรมของประเทศไทยในเรื่องนี้ ไว้ เพื่อสงวนสิทธิ์ที่จะดำเนินทางกฎหมายที่จำเป็น ซึ่งอาจจะมีขึ้นในภายภาคหน้า ให้กรรมสิทธิ์นี้กลับคืนมาในโอกาสอันสมควร

พี่น้องทั้งหลายคงทราบดีว่า ชาติของเราต้องเสียศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิไป เนื่องจากเขาพระวิหาร อีกสิบปีอีกกี่ร้อยปี เราก็สามารถสร้างเกียรติภูมิคราวนี้กลับคืนมาได้ ข้าพเจ้าทราบว่า การสูญเสียปราสาทเขาพระวิหารครั้งนี้ เป็นการสูญเสียที่สะเทือนใจของคนไทยทั้งชาติ

ฉะนั้น แม้นว่า กัมพูชาจะได้ปราสาทเขาพระวิหารนี้ไป ก็คงไปได้แค่ซากปรักหักพัง และแผ่นดินเฉพาะรองรับเขาพระวิหารเท่านั้น วิญญาณของปราสาทเขาพระวิหารยังคงอยู่กับคนไทยตลอดไป ประชาชนชาวไทยจะระลึกอยู่เสมอว่า ปราสาทเขาพระวิหารของไทยถูกปล้นเอาไป ด้วยอุปเล่ห์เพทุบาย คนที่ไม่มีเกียรติและไม่รับผิดชอบ ไม่รักความเป็นธรรม เมื่อประเทศไทยเราประพฤติปฏิบัติดีในสังคมโลก อันเป็นที่มีศีลธรรม มีสัตย์ ในวันหนึ่งข้างหน้าไม่ช้าก็เร็ว ปราสาทเขาพระวิหารจะต้องกลับมาสู่ดินแดนไทยอีกครั้งหนึ่ง

เหตุการณ์เกี่ยวกับเขาพระวิหารครั้งนี้ สลักแน่นอยู่ในความทรงจำของคนไทยสืบไปชั่วลูกชั่วหลาน และเป็นรอยจารึกอยู่ในประวัติศาสตร์ของชาติไปตลอด เสมือนแผลที่อยู่ในใจของคนไทยทั้งชาติ แต่ข้าพเจ้าหวังอยู่เสมอว่า ในที่สุด ธรรมะย่อมชนะอธรรม การหัวเราะที่หลังย่อมดังกว่า และนานกว่า

พี่น้องร่วมชาติทุกท่าน ได้โปรดวางใจรัฐบาลซึ่งข้าพเจ้าเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่นี้ จะสามารถนำชาติและพี่น้องชาวไทยที่รักก้าวสู่อนาคตอันสุกใสให้ได้ และข้าพเจ้ารับรองแก่ท่านทั้งหลายว่า เมื่อถึงคราวที่ชาติคับขันแล้ว ข้าพเจ้าจะกอดคอร่วมเป็นร่วมตายกับพี่น้องประชาชนชาวไทย เอาเลือดทาแผ่นดิน ไม่เสียดายชีวิตแม้แต่นิดเดียว แต่เราจะทำอย่างไรได้ ข้าพเจ้าเองมีความเจ็บช้ำน้ำใจไม่น้อยไปกว่าเพื่อร่วมชาติทั้งหลาย

การที่ข้าพเจ้าต้องมากล่าวถึงเรื่องนี้ ข้าพเจ้าอยากจะกล่าวว่า การมาพูดกับท่านด้วยน้ำตา น้ำตาของข้าพเจ้า เป็นน้ำตาของลูกผู้ชาย ของเลือด ของความคับแค้น และการผูกใจเจ็บชั่วชีวิตชาตินี้และชาติหน้า ต่อดวงวิญญาณของบรรพบุรุษผู้กล้าหาญของชาวไทย

ข้าพเจ้าขอกล่าวคำปฏิญาณด้วยสัตย์วาจาดังนี้ พี่น้องที่รักชาติทั้งหลาย น้ำตาไม่อาจทำให้เราฉลาดขึ้น แต่เราจะต้องได้อะไรคืนมา ในขั้นสุดท้ายชาติไทยจะต้องประสบกับชัยชนะเสมอ เราต้องกล้าสู้ เราต้องกล้ายิ้มรับภัยที่มาถึงตัวเรา ชาติไทยเป็นชาติที่เชื่อมั่นในบริวารพุทธศาสนา ตั้งตนอยู่ในความเป็นธรรมตลอดมา

ข้าพเจ้าเชื่อมั่นเสมอว่า ชาติของเราจะไม่อับจนเป็นอันขาด เรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องหนึ่งในบรรดาเรื่องใหญ่ทั้งหลาย มีความสำคัญมากกว่านี้ ชาติที่รักของเรากำลังพัฒนาไปในสู่วิถีทางที่ดีขึ้น เหตุนี้ไม่ใช่เหตุผลความอับจนของเรา จงหวังและทำในเรื่องชาติที่สำคัญกว่านี้ ข้าพเจ้าเชื่อมั่นเหลือเกินว่า ชาติไทยของเรามีอนาคตแจ่มใสและรุ่งโรจน์อย่างแน่นอนและมั่นคงในอนาคตอันใกล้ นี้ เราจงมาช่วยกันสร้างชาติที่รักยิ่งของเราต่อไป

พี่น้องชาวไทยที่รักทั้งหลาย วันนี้เป็นวันหนึ่งและเป็นในวันข้างหน้า เราจะต้องเอาปราสาทเขาพระวิหารกลับคืนมา ให้เป็นของชาติไทยให้จงได้ สวัสดี”


ขอบคุณเพลง
 
 
 
ขอบคุณภาพ
จากบ้านพี่พลอย
 
 

 

  

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet